Skip to content

การกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอราคา : ในการจัดทำร่างขอบเขตของงาน หรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ หรือแบบรูปรายการงานก่อสร้างตามหนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.4/ว159 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2566 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการจัดทำร่างรายละเอียดขอบเขตของงานทั้งโครงการ (Terms of Reference : TOR) ซึ่งกำหนดให้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่งดำเนินการจัดทำร่าง TOR อย่างละเอียด และเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การจัดทำร่าง TOR อย่างน้อยจะต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้

(1) ความเป็นมา
(2) วัตถุประสงค์
(3) คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
(4) รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างหรือขอบเขตของงานที่จะดำเนินการจัดจ้าง หรือแบบรูปรายการงานก่อสร้างที่จะดำเนินการจ้างก่อสร้าง (แล้วแต่กรณี) และเอกสารแนบท้ายอื่น ๆ
(5) กำหนดเวลาส่งมอบพัสดุ
(6) หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือกข้อเสนอ
(7) วงเงินงบประมาณ/วงเงินที่ได้รับจัดสรร
(8 ) งวดงานและการจ่ายเงิน
(9) อัตราค่าปรับ
(10) การกำหนดระยะเวลารับประกันความชำรุดบกพร่อง (ถ้ามี)
ในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอตาม (3) ในขั้นตอนของการจัดทำร่างขอบเขตของงานหรือรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุ เป็นองค์ประกอบที่มีความเสี่ยงที่จะมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่ไม่ถูกต้อง ไม่ชัดเจนของผู้ปฏิบัติงาน และมีความเสี่ยงที่จะมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นการกีดกัน หรือขัดขวางการเข้าร่วมเสนอราคาของผู้ประกอบการรายอื่นได้
ดังนั้น พระราชบัญญัติว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัดสุภาครัฐ พ.ศ. 2560 มาตรา 64 ได้กำหนดให้ “ภายใต้บังคับมาตรา 51 และมาตรา 52 ผู้ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอในการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานของรัฐ อย่างน้อยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(1) มีความสามารถตามกฎหมาย
(2) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(3) ไม่อยู่ระหว่างเลิกกิจการ
(4) ไม่เป็นบุคคลซึ่งอยู่ระหว่างถูกระงับการยื่นข้อเสนอหรือทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 106 วรรคสาม
(5) ไม่เป็นบุคคลซึ่งถูกแจ้งเวียนชื่อให้เป็นผู้ทิ้งงานของหน่วยงานของรัฐ ตามมาตรา 109
(6) คุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามอื่นตามที่คณะกรรมการนโยบายประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเป็นเงื่อนไขในประกาศและเอกสารเชิญชวนว่าผู้ที่จะเข้ายื่นข้อเสนอต้องแสดงหลักฐานถึงขีดความสามารถและความพร้อมที่ตนมีอยู่ในวันยื่นข้อเสนอด้วย
ประกอบหนังสือแจ้งเวียนที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1. หนังสือคณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ด่วนที่สุด ที่ กค (กนบ) 0405.2/ว410 ลงวันที่ 24 ตุลาคม 2560 เรื่อง กำหนดแบบประกาศและเอกสารเชิญชวนในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุด้วยวิธีตลาดอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Maket e – market) ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (Eletronic Bidding e – bidding) และวิธีสอบราคา โดยมีแนวทางในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นเสนอราคาอยู่ในประกาศและเอกสารประกวดราคาตามวิธีการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละวิธี
2. หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว54 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เรื่อง ซ้อมความเข้าใจการกำหนดเรื่อง ข้อตกลงคุณธรรม หรือนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้าง และตัดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ออกจากแบบประกาศและเอกสารเชิญชวน
1. เพิ่มเติมความในแบบประกาศและเอกสารเชิญชวนตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ (คณะกรรมการนโยบาย) กำหนด กรณีโครงการที่มีวงเงินจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ 500 ล้านบาทขึ้นไป ให้ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีนโยบายและแนวทางการป้องกันการทุจริตในการจัดซื้อจัดจ้างหรือกรณีโครงการที่ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริต (คณะกรรมการ ค.ป.ท.) ให้จัดทำข้อตกลงคุณธรรม โดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องลงนามในข้อตกลงคุณธรรม
2. ตัดความในแบบประกาศและเอกสารเชิญชวนที่คณะกรรมการนโยบายกำหนด กรณีคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนด ดังนี้
2.1 ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับการคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องลงทะเบียนในระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (Eletronic Government Procurement : e – GP) ของกรมบัญชีกลาง
2.2 ผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้ไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่ายหรือแสดงบัญชีรายรับรายจ่ายไม่ถูกต้องครบถ้วนในสาระสำคัญ
2.3 ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นคู่สัญญาต้องรับและจ่ายเงินผ่านบัญชีธนาคาร เว้นแต่การจ่ายเงินแต่ละครั้งซึ่งมีมูลค่าไม่เกินสามหมื่นบาทคู่สัญญาอาจจ่ายเป็นเงินสดได้
3. หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 214 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ การกำหนดผลงาน การระบุคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุหรือยี่ห้อพัสดุ และการพิจารณาคุณสมบัติผู้ยื่นข้อเสนอของหน่วยงานของรัฐกรณีการกำหนดสิ่งที่ไม่ใช่สาระสำคัญ
1. การกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
1.1 งานจ้างก่อสร้างและการกำหนดรายการวัสดุมาใช้ในงานก่อสร้าง
1.1.1 กรณีงานจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอตามแบบประกาศและเอกสารเชิญชวนตามแบบที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดตามหนังสือที่อ้างถึง 1 สำหรับวิธีคัดเลือกหรือวิธีเฉพาะเจาะจง ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอตามแบบดังกล่าว โดยอนุโลม
1.1.2 การกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอในงานจ้างก่อสร้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000,000 บาทขึ้นไป ให้กำหนดว่าต้องเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย
1.1.3 ห้ามมิให้กำหนดเงื่อนไขของผู้ยื่นข้อเสนอในงานจ้างก่อสร้าง ดังต่อไปนี้
(1) จะต้องเป็นนิติบุคคลที่มีผลประกอบการเป็นกำไร
(2) จะต้องยื่นใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมมาแสดงตั้งแต่ขณะเข้าเสนอราคา
(3) ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นตัวแทนจำหน่ายและจะต้องมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในครุภัณฑ์ประกอบ เช่น เครื่องปรับอากาศ เสาไฟฟ้า สายไฟฟ้า โคมไฟ เป็นต้น หรือจะต้องมีหนังสือรับรองอะไหล่จากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ผลิต
1.1.4 การกำหนดผลงาน หากหน่วยหน่วยงานของรัฐจะกำหนดผลงานก่อสร้างให้กำหนดผลงานได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินงบประมาณ หรือวงเงินที่ประมาณการที่จะจ้างก่อสร้างในครั้งนั้น และเป็นผลงานการก่อสร้างประเภทเดียวกันกับงานที่จะดำเนินการจัดจ้างก่อสร้าง ซึ่งผลงานดังกล่าวของผู้รับจ้างต้องเป็นผลงานในสัญญาเดียวเท่านั้น และเป็นสัญญาที่ผู้รับจ้างได้ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญา ซึ่งได้มีการส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อยแล้ว
1.1.5 การกำหนดรายการวัสดุที่จะนำมาใช้ในงานก่อสร้าง เช่น สี กระเบื้อง ยาง วัสดุฝ้าเพดาน สุขภัณฑ์ เป็นต้น
(1) กรณีที่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือมีมาตรฐานที่หน่วยงานของรัฐอื่นที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกำหนดไว้ ก็ให้ระบุมาตรฐานนั้นได้
(2) กรณีที่วัสดุยังไม่ได้กำหนดมาตรฐาน (1) แต่หน่วยงานของรัฐมีความจำเป็นต้องใช้วัสดุซึ่งเห็นว่ามีคุณภาพดี เป็นที่นิยมใช้กันในขณะนั้น และมีความจำเป็นต้องระบุยี่ห้อวัสดุก็ให้ระบุชื่อยี่ห้อวัสดุได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 3 ยี่ห้อ และให้ถือเป็นหลักการว่าวัสดุที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับยี่ห้อที่ระบุก็ให้ใช้ได้ด้วย
ในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอขอใช้วัสดุที่มีคุณภาพดีกว่าหรือเทียบเท่ากับสิ่งของตามที่หน่วยงานของรัฐระบุยี่ห้อไว้ ให้ผู้ยื่นข้อเสนอพิสูจน์ให้เป็นที่เชื่อถือและยอมรับของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ ถ้าคณะกรรมการตรวจรับพัสดุยอมรับวัสดุสิ่งนั้นแล้ว ก็ให้ยอมรับว่าเป็นวัสดุเทียบเท่าได้ และความเห็นของคณะกรรมการตรวจรับพัสดุให้ถือเป็นที่สุดเฉพาะคราวนั้น
1.2 งานซื้อหรืองานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง
1.2.1 การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ ในการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะทำการจัดซื้อจัดจ้าง ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐกำหนดคุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่จะซื้อใกล้เคียงกับยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง หรือของผู้ขายรายใดรายหนึ่งโดยเฉพาะ
1.2.2 การกำหนดรายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของงานซื้อ ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐกำหนดเจาะจงแหล่งประเทศผู้ผลิตหรือทวีป เช่น ต้องเป็นพัสดุที่ผลิตจากทวีปอเมริกา หรือทวีปยุโรป หรือต้องเป็นสินค้าที่ผลิตจากประเทศเยอรมัน ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลีใต้ เป็นต้น
1.2.3 กรณีที่หน่วยงานของรัฐมีความจำเป็นต้องกำหนดเงื่อนไขการยื่นหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายของพัสดุที่จะจัดซื้อ ให้กำหนดว่า ต้องได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายจากผู้ผลิตหรือตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย โดยให้ยื่นขณะเข้าเสนอราคา
ในกรณีพัสดุที่จะจัดซื้อมีส่วนประกอบ เช่น ล้อ พวงมาลัย เบาะรถ เป็นต้น หรืออุปกรณ์ประกอบ เช่น สัญญาณไฟฉุกเฉิน ไฟท้ายรถ สัญญาณเตือนถอยหลัง เป็นต้น ห้ามมิให้หน่วยงานของรัฐ กำหนดเงื่อนไขว่า ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องเป็นตัวแทนจำหน่าย และจะต้องมีหนังสือแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ประกอบของพัสดุนั้น
1.2.4 ห้ามมิให้กำหนดผลงานในงานซื้อหรืองานจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง แต่หากหน่วยงานของรัฐมีความจำเป็นที่จะต้องกำหนดผลงาน ให้หน่วยงานของรัฐกำหนดผลงานได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินงบประมาณ หรือวงเงินประมาณการที่จะจัดซื้อจัดจ้างในครั้งนั้น
4. หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 582 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2563 เรื่อง การแก้ไขแบบประกาศและเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้างด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) สำหรับกรณีการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง
1. แก้ไขแบบประกาศและเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ดังนี้
1.1 แก้ไขแบบประกาศฯ ข้อ 10 จากเดิม เป็น “เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขา… ไม่น้อยกว่าชั้น… ประเภท… ไว้กับกรมบัญชีกลาง (กรณีคณะกรรมการราคากลางได้ประกาศกำหนดให้งานก่อสร้างสาขานั้นต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการไว้กับกรมบัญชีกลาง)”
1.2 แก้ไขแบบเอกสารฯ ข้อ 2.10 จากเดิม เป็น “เป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขา… ไม่น้อยกว่าชั้น… ประเภท… ไว้กับกรมบัญชีกลาง (กรณีคณะกรรมการราคากลางได้ประกาศกำหนดให้งานก่อสร้างสาขานั้นต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการไว้กับกรมบัญชีกลาง)”
1.3 แก้ไขแบบเอกสารฯ ข้อ 3 หลักฐานการยื่นข้อเสนอ ข้อ 3.2 ส่วนที่ 2 อย่างน้อยต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้ (5) จากเดิม เป็น “สำเนาหลักฐานการขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขา… ไม่น้อยกว่าชั้น… ประเภท… ไว้กับกรมบัญชีกลาง (กรณีคณะกรรมการราคากลางได้ประกาศกำหนดให้งานก่อสร้างสาขานั้นต้องขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการไว้กับกรมบัญชีกลาง)”
2. แบบประกาศและเอกสารประกวดราคาจ้างก่อสร้าง ข้อ 1 ที่แก้ไขปรับปรุงใหม่นี้ให้ใช้บังคับกับการจัดจ้างก่อสร้างด้วยวิธีสอบราคา วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง โดยอนุโลมด้วย
5. หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 581 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2563 เรื่อง การพิจารณาคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอที่เป็นกิจการร่วมค้า
1. นิยามกิจการร่วมค้า
1.1 กรณีงานซื้อหรืองานจ้างทุกวงเงิน หรืองานก่อสร้างที่มีวงเงินงบประมาณน้อยกว่า 1,000,000 บาท หมายความว่า “กิจการที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะดำเนินการร่วมกันเป็นทางการค้าหรือหากำไรระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ นิติบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศโดยข้อตกลงนั้นอาจกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลักก็ได้”
1.2 กรณีงานก่อสร้างที่มีวงเงินงบประมาณตั้งแต่ 1,000,000 บาท ขึ้นไป หรือกรณีกิจการร่วมค้าที่มีสิทธิเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐในสาขางานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางตามที่คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกำหนด หมายความว่า “กิจการที่มีข้อตกลงระหว่างผู้เข้าร่วมค้าเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะดำเนินการร่วมกันเป็นทางการค้า หรือหากำไร ระหว่างบริษัทกับบริษัท บริษัทกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือระหว่างบริษัทและ/หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลกับบุคคลธรรมดา คณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนสามัญ นิติบุคคลอื่น หรือนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศโดยข้อตกลงนั้นอาจกำหนดให้มีผู้เข้าร่วมค้าหลักก็ได้”
2. กิจการร่วมค้าที่มีสิทธิ์ในการเข้ายื่นข้อเสนอ
2.1 การกำหนดสัดส่วนในการเข้าร่วมค้าของคู่สัญญา
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ข้อตกลงฯ จะต้องมีการกำหนดสัดส่วนหน้าที่ และความรับผิดชอบในปริมาณงาน สิ่งของ หรือมูลค่าตามสัญญาของผู้เข้าร่วมหลักมากกว่าผู้เข้าร่วมค้ารายอื่นทุกราย
2.2 งานซื้อหรือจ้าง และงานก่อสร้าง
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักกิจการร่วมค้านั้นต้องใช้ผลงานของผู้เข้าร่วมค้าหลักรายเดียวเป็นผลงานของกิจการร่วมค้าที่ยื่นข้อเสนอ
สำหรับข้อตกลฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน
2.3 งานก่อสร้างที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางตามสาขางานก่อสร้างที่คณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการกำหนด
กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลักผู้เข้าร่วมค้าหลักจะต้องเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนงานก่อสร้างสาขา… ไม่น้อยกว่าชั้น… ประเภท… ไว้กับกรมบัญชีกลาง ในส่วนของผู้เข้าร่วมค้าที่ไม่ใช่ผู้เข้าร่วมค้าหลักจะเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างไว้กับกรมบัญชีกลางหรือไม่ก็ได้
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้เข้าร่วมค้าหลัก ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในเอกสารเชิญชวน หรือหนังสือเชิญชวน
2.4 การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้า
2.4.1 กรณีที่ข้อตกลงฯ กำหนดให้มีการมอบหมายผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า การยื่นข้อเสนอดังกล่าวไม่ต้องมีหนังสือมอบอำนาจ
สำหรับข้อตกลงฯ ที่ไม่ได้กำหนดให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ผู้เข้าร่วมค้าทุกรายจะต้องลงลายมือชื่อในหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เข้าร่วมค้ารายใดรายหนึ่งเป็นผู้ยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
2.4.2 การยื่นข้อเสนอด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ 2.4.1 ดำเนินการซื้อและดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กรณีที่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้างหรือดาวน์โหลดเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์กรณีที่ไม่มีการจำหน่ายเอกสารซื้อหรือจ้าง จึงจะมีสิทธิในการเข้ายื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้าได้
2.4.3 การยื่นข้อเสนอโดยวิธีคัดเลือกและวิธีเฉพาะเจาะจง
หากผู้เข้าร่วมค้ารายใดได้รับหนังสือเชิญชวนจากหน่วยงานของรัฐแล้ว ให้ผู้เข้าร่วมค้าที่ได้รับมอบหมายหรือมอบอำนาจตามข้อ 2.4.1 สามารถดำเนินการยื่นข้อเสนอในนามกิจการร่วมค้า
การยื่นข้อเสนอของกิจการร่วมค้าตามข้อ 2.4 ข้างต้น ให้ใช้บังคับกับการยื่นข้อเสนอในงานซื้อ จ้าง เช่า งานจ้างที่ปรึกษา หรืองานจ้างออกแบบหรือควบคุมงานก่อสร้าง
3. การดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ
3.1 ให้หน่วยงานของรัฐแก้ไขข้อความในแบบประกาศ แบบเอกสารเชิญชวน และหนังสือเชิญชวน ให้สอดคล้องกับข้อ 2.1 ข้อ 2.2 และข้อ 2.3 ข้างต้นด้วย

6. หนังสือคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ ด่วนที่สุด ที่ กค (กรท) 0433.3/ว 584 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2563 เรื่อง การยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐของผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางและการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้ายื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ
1. ผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง
1.1 คุณสมบัติของผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่สามารถยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ
1.1.1 ประเภทคุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะ ผู้ประกอบการงานก่อสร้างมีสิทธิเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐได้ทุกแห่ง ยกเว้นหน่วยงานของรัฐ จำนวน 6 แห่ง ได้แก่ กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรน้ำ และกรมเจ้าท่า
1.1.2 ประเภทคุณสมบัติทั่วไป คุณสมบัติเฉพาะ และคุณสมบัติเฉพาะอื่น ๆ ผู้ประกอบการงานก่อสร้างมีสิทธิเป็นผู้ยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐได้ทุกแห่ง รวมทั้งหน่วยงานของรัฐ จำนวน 6 แห่ง ตามข้อ 1.1.1
1.2 วิธีการยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ
1.2.1 วิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding)
ในกรณีที่ผู้ประกอบการงานก่อสร้างมีใบทะเบียนฯ ตรงตามสาขางานก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐกำหนดในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (e-GP) จะแนบใบทะเบียนดิจิทัล (Digital Certificate) ของผู้ประกอบการในสาขางานนั้นให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งผู้ประกอบการไม่ต้องแนบไฟล์ (File) ใบทะเบียนฯ ประกอบการยื่นข้อเสนอแต่อย่างใด
1.2.2 วิธีสอบราคา วิธีคัดเลือก และวิธีเฉพาะเจาะจง
ผู้ประกอบการงานก่อสร้างสามารถสั่งพิมพ์ใบทะเบียนฯ ในระบบ e-GP ตามสาขางานก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐกำหนดในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น เพื่อนำไปยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ
1.3 กรณีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ประสงค์จะยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐในนามกิจการร่วมค้า จะต้องมีคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมค้าหลักเป็นผู้ประกอบการที่ขึ้นทะเบียนตรงตามสาขา และชั้นของงานก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐกำหนดในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้น ตามหนังสือที่อ้างถึง 3
2. หน่วยงานของรัฐ
การกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ายื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐสำหรับโครงการก่อสร้างที่มีวงเงินตั้งแต่ 5,000,000 บาท ขึ้นไป ให้ดำเนินการดังนี้
2.1 ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาความสอดคล้องของโครงการก่อสร้างที่จะดำเนินการจัดจ้างกับนิยามของประเภทสาขางานก่อสร้างตามบัญชีเอกสารแนบท้าย 1 ของประกาศคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการการที่อ้างถึง 1 ประกอบกับแนวทางการพิจารณาลักษณะงานตามประเภทสาขาประกวดราคาจ้างก่อสร้าง หรือหนังสือเชิญชวนให้เป็นไปตามหนังสือที่อ้างถึง 4
ในกรณีที่โครงการก่อสร้างที่จะดำเนินการจัดจ้าง ไม่สอดคล้องกับนิยามของงานก่อสร้างตามประเภทสาขางานก่อสร้างของประกาศคณะกรรมการราคากลางและขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการที่อ้างถึง 1 และแนวทางการพิจารณาลักษณะงานตามประเภทสาขางานก่อสร้าง ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 1 หน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ายื่นข้อเสนอให้มีผลงานประเภทเดียวกันกับโครงการก่อสร้างในครั้งนั้นได้ตามหนังสือที่อ้างถึง 5
2.2 หากหน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วเห็นว่า งานที่จะดำเนินการจัดจ้างก่อสร้างในโครงการเดียวกันมีหลายลักษณะรวมอยู่ด้วยกัน ให้หน่วยงานของรัฐพิจารณาตามขอบเขตและวัตถุประสงค์ของโครงการก่อสร้างหลักว่า สอดคล้องกับนิยามของประเภทสาขางานก่อสร้างใดตามข้อ 2.1 แล้วให้หน่วยงานของรัฐกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ายื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างหลักนั้น ซึ่งกรมบัญชีกลางได้ประกาศรายชื่อไว้แล้ว
ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐพิจารณาแล้วเห็นว่า งานที่จะดำเนินการก่อสร้างใช้เทคนิคการก่อสร้างในส่วนของโครงสร้างหลักมีความใกล้เคียงและสอดคล้องกับนิยามของประเภทสาขางานก่อสร้างมากกว่า 1 สาขา หน่วยงานของรัฐสามารถกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้ายื่นข้อเสนอต้องเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนในสาขางานก่อสร้างได้มากกว่า 1 สาขา
2.3 การกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอของผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ต้องขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางไว้ในประกาศและเอกสารประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) หรือประกาศและเอกสารสอบราคา หรือหนังสือเชิญชวนสำหรับวิธีคัดเลือก หรือวิธีเฉพาะเจาะจง ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ เมื่อกรมบัญชีกลางได้ประกาศรายชื่อผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ตามมาตรา 53 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 แล้ว
2.4 สำหรับหน่วยงานของรัฐใดได้ดำเนินการนำร่างประกาศและร่างเอกสารเชิญชวนเผยแพร่เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้ประกอบการ หรือเผยแพร่ประกาศและเอกสารเชิญชวน ในระบบเครือข่ายสารสนเทศของกรมบัญชีกลาง (ระบบ e-GP) หรือมีหนังสือเชิญชวนไปแล้วก่อนวันที่กรมบัญชีกลางประกาศรายชื่อผู้ประกอบการงานก่อสร้าง ตามข้อ 2.3 ให้หน่วยงานของรัฐนั้นดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ โดยได้รับยกเว้นการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเป็นผู้ยื่นข้อเสนอของผู้ประกอบการ งานก่อสร้างที่ต้องขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลาง
ทั้งนี้ รายละเอียดขั้นตอนการกำหนดคุณสมบัติผู้มิสิทธิเข้ายื่นข้อเสนอและการนำใบทะเบียนฯ ไปยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ ปรากฏตามคู่มือการยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐของผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมบัญชีกลางและการกำหนดคุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้ายื่นเสนอต่อหน่วยงานของรัฐ ตามสิ่งที่ส่งมาด้วย 2 ซึ่งหน่วยงานของรัฐสามารถดาวน์โหลด (Download) คู่มือดังกล่าวได้ที่ www.gprocurement.go.th หัวข้อคู่มือ/คู่มือสำหรับหน่วยงานของรัฐ/ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างในระบบ e-GP สำหรับผู้ประกอบการงานก่อสร้างสามารถดาวน์โหลด (Download) ได้ที่ หัวข้อคู่มือ/คู่มือสำหรับผู้ค้ากับภาครัฐ/คู่มือการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้าง
7. หนังสือคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2/ว 124 ลงวันที่ 1 มีนาคม 2566 เรื่อง แนวทางปฏิบัติในการเร่งรัดการปฏิบัติงานตามสัญญาและการกำหนดคุณสมบัติของผู้มีสิทธิยื่นข้อเสนอ
1. การกำหนดคุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ
1.1 มูลค่าสุทธิของกิจการ
1.1.1 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยซึ่งได้จดทะเบียนเกินกว่า 1 ปี ต้องมีมูลค่าสุทธิของกิจการ จากผลต่างระหว่างสินทรัพย์สุทธิหักด้วยหนี้สินสุทธิที่ปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินที่มีการตรวจรับรองแล้ว ซึ่งจะต้องแสดงค่าเป็นบวก 1 ปีสุดท้ายก่อนวันยื่นข้อเสนอ
1.1.2 กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ซึ่งยังไม่มีการรายงานงบแสดงฐานะการเงินกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้พิจารณาการกำหนดมูลค่าของทุนจดทะเบียนโดยผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องมีทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระมูลค่าหุ้นแล้ว ณ วันที่ยื่นข้อเสนอ ดังนี้
(1) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องกำหนดทุนจดทะเบียน
(2) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
(3) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 5 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 10 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท
(4) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 10 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 20 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท
(5) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 20 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 60 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 8 ล้านบาท
(6) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 60 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท
(7) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 150 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 300 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท
(8 ) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 300 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 500 ล้านบาท ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท
(9) มูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างเกิน 500 ล้านบาทขึ้นไป ต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท
1.1.3 สำหรับการจัดซื้อจัดจ้างครั้งหนึ่งที่มีวงเงินเกิน 500,000 บาทขึ้นไป กรณีผู้ยื่นข้อเสนอเป็นบุคคลธรรมดา ให้พิจารณาจากหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากไม่เกิน 90 วัน ก่อนวันยื่นข้อเสนอ โดยต้องมีเงินฝากคงเหลือในบัญชีธนาคารเป็นมูลค่า 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง และหากเป็นผู้ชนะการจัดซื้อจัดจ้างหรือเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจะต้องแสดงหนังสือรับรองบัญชีเงินฝากที่มีมูลค่าดังกล่าวอีกครั้งหนึ่งในวันลงนามในสัญญา
1.1.4 กรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่มีมูลค่าสุทธิของกิจการหรือทุนจดทะเบียนหรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะเข้ายื่นข้อเสนอ ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถขอวงเงินสินเชื่อ โดยต้องมีวงเงินสินเชื่อ 1 ใน 4 ของมูลค่างบประมาณของโครงการหรือรายการที่ยื่นข้อเสนอในแต่ละครั้ง (สินเชื่อที่ธนาคารภายในประเทศหรือบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการเงินทุนเพื่อการพาณิชย์และประกอบธุรกิจค้าประกันตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ตามรายชื่อบริษัทเงินทุนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแจ้งเวียนให้ทราบ โดยพิจารณาจากยอดเงินรวมของวงเงินสินเชื่อที่สำนักงานใหญ่รับรองหรือสำนักงานสาขารับรอง (กรณีได้รับมอบอำนาจจากสำนักงานใหญ่) ซึ่งออกให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอนับถึงวันยื่นข้อเสนอไม่เกิน 90 วัน)
ทั้งนี้ หนังสือรับรองวงเงินสินเชื่อให้เป็นไปตามแบบสิ่งที่ส่งมาด้วย 1
1.2 ข้อยกเว้น
1.2.1 กรณีตามข้อ 1.1.1 – ข้อ 1.1.4 ไม่ใช่บังคับกับกรณีดังต่อไปนี้
(1) ผู้ยื่นข้อเสนอเป็นหน่วยงานของรัฐ
(2) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2561
(3) งานจ้างก่อสร้างที่กรมบัญชีกลางได้ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างแล้ว และงานจ้างก่อสร้างที่หน่วยงานของรัฐได้มีการจัดทำบัญชีผู้ประกอบการงานก่อสร้างที่มีคุณสมบัติเบื้องต้นไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างฯ มีผลใช้บังคับ